พูดถึงการทำเว็บไซต์แล้ว ถ้าเป็นเมื่อก่อนเราจำเป็นจะต้องมีความรู้ด้านโปรแกรมมิ่งอยู่ในระดับนึง แต่ในปัจจุบันนี้ไม่ว่าใครก็สามารถทำเว็บไซต์ได้ ต่อให้มีพื้นฐานอยู่บ้างหรือว่าจะไม่มีพื้นฐานเลย

WordPress คืออะไร ?

เวิร์ดเพรส (WordPress) เป็นโปรแกรมสำเร็จรูปที่มีไว้เพื่อช่วยสร้างและจัดการเนื้อหา (Contents Management System : CMS) ของเว็บไซต์บนอินเตอร์เน็ต หมายความว่าเราสามารถใช้งานเวิร์ดเพรสได้ทันที เพียงแค่มีอินเตอร์เน็ตเพื่อล็อกอินเข้าสู่ระบบเวิร์ดเพรส แทนที่เราต้องมาดาวน์โหลดโปรแกรมเพื่อทำการสร้างและออกแบบเว็บไซต์บนเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราเอง และถึงแม้ว่าเราจะไม่มีความรู้ทางด้านโค้ดหรือโปรแกรมมิ่งก็สามารถใช้งานได้ เพราะในระบบมีทุกอย่างไว้ให้แล้ว เพียงแค่เราใส่เนื้อหาของเราเข้าไปเท่านั้น

สำหรับผู้ที่ต้องการสร้างเว็บไซต์ ก็นับเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะเวิร์ดเพรสมีฟังก์ชันมากมายที่ตอบโจทย์ความต้องการต่างๆของเราได้ ด้วยความสะดวก และมีประสิทธิภาพนี้เอง ทำให้กว่า 1,500 ล้านเว็บไซต์เลือกใช้ WordPress ซึ่งเมื่อนำมาคิดเป็นส่วนแบ่งแล้วได้ถึง 35% ของเว็บไซต์ทั้งหมดในโลกเลยทีเดียวเชียว

ข้อมูลจาก : w3techs.com

เวิร์ดเพรส ตัวเลือกที่ดีที่สุดของการสร้างเว็บไซต์


ใครสร้าง WordPress ขึ้นมากันนะ

เวิร์ดเพรสถูกพัฒนาขึ้นในปี 2003 โดยแมต มุลเลนเวก (Matt Mullenweg) และ ไมค์ ลิตเติ้ล (Mike Little) ทั้งสองได้สร้าง WordPress โดยใช้ Code ของ b2/cafelog (เครื่องมือสำหรับพัฒนาเว็บไซต์ชื่อดังในสมัยนั้น)นำมาพัฒนาต่อ ซึ่งในภาษาโปรแกรมมิ่งเราจะเรียกว่าเป็นการ fork แยกสายพัฒนา หรือเอาให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือก๊อปมาทำต่อนั่นแหละ เวิร์ดเพรสนั้นถูกสร้างด้วยภาษาพีเอชพี (PHP) โดยฐานข้อมูลมายเอสคิวแอล (MySQL) ที่เป็นที่ใช้งานแพร่หลาย และได้รับใบอนุญาต GPLv2 ซึ่งทำให้ WordPress เป็น Software ที่สามารถแจกจ่ายและพัฒนาต่อได้อย่างเสรี (แจกฟรีได้นั่นแหละ)

เวิร์ดเพรสนั้นเป็นโอเพ่นซอร์ส (Open Source) ที่มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา โดยได้รับการสนับสนุนจากนักพัฒนา นักออกแบบ บล็อกเกอร์ เว็บมาสเตอร์ รวมไปถึงผู้ใช้งานอย่างพวกเราด้วย เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกคนได้สร้าง แบ่งปันไอเดียที่ดีที่สุด และรายงานปัญหาการใช้งานเพื่อพัฒนา WordPress อย่างต่อเนื่อง ให้ WordPress เป็นเครื่องมือสำหรับพัฒนาเว็บไซต์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดสำหรับทุกคน


ใน WordPress มีอะไรบ้าง ?

ตอนนี้เราก็ทราบกันแล้วว่าเวิร์ดเพรสนั้นคืออะไร ต่อไปเราจะไปดูกันว่าในเวิร์ดเพรสมีอะไรอยู่บ้าง ถ้าพร้อมแล้ว…ก็ไปกันเลย

  • แกนกลางเวิร์ดเพรส (WordPress Core) ตัวขับเคลื่อนหลัก เปรียบได้กับเครื่องยนต์หลักของรถเลยก็ว่าได้ ซึ่งสามารถดาวน์โหลดเวิร์ดเพรสเวอร์ชั่นล่าสุดได้ที่ลิงค์นี้หรือที่เวอร์ชั่นภาษาไทยก็ได้
  • ธีม (Themes) ส่วนแสดงผลภายนอก ที่มีฟังก์ชั่นเสริมต่างๆมาให้ มีให้ใช้ทั้งธีมฟรีและพรีเมี่ยม โดยธีมฟรีนั้นเราสามารถเลือกดาวน์โหลดได้จากลิงก์นี้ หรือถ้าอยากได้ธีมที่มีฟังก์ชั่นเสริมหรือการซัพพอร์ตจากผู้พัฒนามากกว่านี้ ก็สามารถเลือกใช้ธีมพรีเมี่ยมได้เช่นกัน

ใช่ว่าดาวน์โหลดธีมมาแล้วจะได้เว็บไซต์เหมือนที่เห็นในพรีวิวหรือเดโมนะเออ เราต้องใส่ข้อมูลและตั้งค่าธีมอีกหลายอย่างกว่าจะได้เหมือนในพรีวิวหรือเดโม แต่หลายๆ ธีมก็มักจะมีตัวอย่างเนื้อหามาให้ เพื่อเป็นแนวทางในการปรับแต่งและตั้งค่า

ปลั๊กอิน (Plugins) ส่วนเสริมของเวิร์ดเพรส ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเว็บไซต์ของเรา

สำหรับธีมพรีเมี่ยมที่มีฟังก์ชั่นเสริมมากมายนั้น จะช่วยลดการติดตั้งปลั๊กอินลงไปได้ อีกอย่าง การติดตั้งปลั๊กอินมากเกินไป มักทำให้ความเร็วและประสิทธิภาพแย่ลง


มีใครที่ใช้ WordPress กันบ้างนะ ?

อย่างที่ทราบกันว่า 35% ของเว็บไซต์ทั้งหมดบนโลก นั้นใช้เวิร์ดเพรสกัน โดยมีทั้งบุคคลทั่วไป ธุรกิจขนาดเล็ก ไปจนถึงธุรกิจขนาดใหญ่ บอกแบบนี้อาจไม่ค่อยเห็นภาพเท่าไหร่ ถ้างั้นเราไปดูตัวอย่างกันเลยดีกว่า

  • ไมโครซอฟต์ (Microsoft) แม้แต่บริษัทยักษ์ใหญ่อย่างไมโครซอฟต์ ก็ยังใช้เวิร์ดเพรสสร้างออฟฟิเชียลบล็อก (Official Blog) ของตัวเองเลยนะ

ภาพออฟฟิเชียลบล็อกของไมโครซอฟต์ : Official Microsoft Blog


ทำไม WordPress ถึงน่าใช้ล่ะ ?

  • ฟรีและโอเพ่นซอร์ส ของฟรีใครๆก็ชอบ ฟรีไม่พอ ยังเป็นโอเพ่นซอร์สอีก ไม่ใช้ไม่ได้แล้ว
  • ติดตั้งง๊าย…ง่าย เพียงคลิกไม่กี่ปุ่ม เพียงไม่กี่นาทีก็ติดตั้งเวิร์ดเพรสได้แล้ว
  • มีความยืดหยุ่น ถึงไม่มีความรู้ด้านโค้ดหรือด้านโปรแกรมมิ่ง การแก้ไขเว็บไซต์ก็ทำได้ง่ายดายด้วยธีมและปลั๊กอินต่างๆของเวิร์ดเพรส
  • เจอปัญหากับเวิร์ดเพรสแล้วมันแก้ง่าย เพราะเป็นที่นิยมคนเลยใช้งานกันเยอะ เวลามีปัญหาก็สามารถหาข้อมูลได้ง่าย ทั้งจากนักพัฒนา บล็อก ยูทูป หรือกลุ่มต่างๆ

ดีขนาดนี้ ใช้สิรออะไร


WordpPress เหมาะกับเว็บไซต์แบบไหน ?

บางคนอาจสงสัยว่า เจ้าเวิร์ดเพรสเนี่ยมันสามารถทำเว็บไซต์ได้ทุกเว็บไซต์จริงเหรอ ถ้าตอบตามทฤษฎีก็คือทำได้น่ะแหละ แต่ว่าตอนลงมือทำจริงน่ะ จะมีเว็บบางประเภทที่ระบบมีความซับซ้อนมาก ซึ่งเราอาจต้องมีความรู้ลึกซึ้ง หรือมีพื้นฐานทางด้านโปรแกรมมิ่งด้วย ไปจนถึงเว็บที่อาจจะไม่เหมาะกับการสร้างด้วยเวิร์ดเพรสเลยก็ได้ แต่ว่าเรากำลังพูดในส่วนของผู้เริ่มต้นอยู่นี่นะ งั้นเราไปดูกันเถอะว่าเว็บไซต์แบบไหนที่เหมาะกับการใช้งานบนเวิร์ดเพรสกันบ้าง ไปกันเลย

  • เว็บบล็อก (Article) บอกเล่าเรื่องราว ประสบการณ์ เรื่องที่สนใจ ข่าวสาร รีวิวต่างๆ ได้ด้วยเวิร์ดเพรส เพราะอะไรน่ะเหรอ ? เพราะว่ามีคนใช้เยอะไงที่สุดยังไงล่ะ

ตัวอย่างเว็บบล็อก : Dayinus

ตัวอย่างเว็บบล็อก : Beartai

  • เว็บข่าว วาไรตี้ ที่มีการจัดหมวดหมู่ (Categories & Tags) มีปัญหาด้านการจัดหมวดหมู่และแท็กงั้นเหรอ ทำให้ง่ายขึ้นได้ ด้วยธีมแม็กกาซีนของเวิร์ดเพรส

ตัวอย่างเว็บข่าว : มติชนออนไลน์

ตัวอย่างเว็บข่าว : ประชาชาติธุรกิจ

  • เว็บไซต์พอร์ทโฟลิโอ (Portfolio) อยากนำเสนอผลงานของตัวเองงั้นเหรอ ลองสร้างสรรค์การนำเสนอผลงานด้วยธีมพอร์ทโฟลิโอของเวิร์ดเพรสดูสิ

ตัวอย่างเว็บไซต์พอร์ทโฟลิโอ : Matapitou

  • เว็บไซต์บริษัท (Company) อยากได้ธีมที่ดูมีความเป็นผู้เชี่ยวชาญ ดูน่าเชื่อถืองั้นเหรอ ที่เวิร์ดเพรสก็ยังมีให้เลือกสรรอีกเช่นกัน

ตัวอย่างเว็บไซต์บริษัท : บริษัท ซีพีออลล์ จำกัด มหาชน

ตัวอย่างเว็บไซต์บริษัท : Sony Music

  • เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ (E-Commerce) อยากขายของออนไลน์งั้นเหรอ ก็สามารถทำได้ด้วยปลั๊กอินวูคอมเมิร์ซ (WooCommerce) หรือปลั๊กอินอื่นๆ ให้เลือกใช้

ตัวอย่างเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ : Soundmilan

  • เว็บบอร์ด คอมมูนิตี้ (Webboard & Community) อยากสร้างสังคมในโลกออนไลน์งั้นเหรอ ก็สามารถทำได้ด้วยปลั๊กอินบีบีเพรส (bbPress) ของเวิร์ดเพรส หรือปลั๊กอินอื่นๆให้เลือกใช้

ตัวอย่างเว็บบอร์ด : SeedThemes

  • เว็บไซต์ที่มีหลายภาษา (Multiple Language) อยากได้เว็บไซต์ที่มีหลายภาษา ก็ทำได้ด้วยปลั๊กอินโพลีแลง (Polylang) หรือปลั๊กอินอื่นๆให้เลือกใช้

ตัวอย่างเว็บไซต์ที่มีหลายภาษา : Fruit-Thai

แล้วคุณล่ะ อยากสร้างเว็บไซต์แบบไหน


WordPress มีคู่แฝดด้วยนะ

หากลองค้นหาคำว่าเวิร์ดเพรสในกูเกิลดู จะพบว่าเวิร์ดเพรสนั้นมีอยู่ 2 แบบ คือ wordpress.com กับ wordpress.org เอ๊ะ แล้วทั้ง 2 แบบนี้มันต่างกันยังไงล่ะ ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย

WordPress.com ผู้ให้บริการบล็อกฟรีเช่นเดียวกับบล็อกเกอร์ (Blogger) หรือทัมเบลอร์ (Tumblr) โดยที่เวิร์ดเพรสนั้นจะมีธีมและโฮสติ้งให้พร้อม แต่ก็มีข้อจำกัดบางอย่างอยู่ เช่น ความยืดหยุ่นในการปรับแต่งเว็บไซต์มีไม่มากนัก ถึงแม้จะเสียค่าบริการก็อาจจะปรับแต่งเพิ่มได้แค่บางจุดเท่านั้น แต่หากต้องการที่จะเขียนแค่บทความอย่างเดียว ก็สามารถสร้างเว็บไซต์ได้เลย

WordPress.org ก็เหมือนกับ WordPress.com เกือบทุกอย่างนั่นแหละ แต่เดี๋ยวก่อน WordPress.org นั้นสามารถดาวน์โหลดซอร์สโค้ด (Source Code) แล้วนำไปติดตั้งในโฮสติ้งของตัวเองได้ ทั้งยังมีความยืดหยุ่นในการปรับแต่งและแก้ไขได้อย่างอิสระ สามารถทำเว็บไซต์ได้หลากหลายรูปแบบ

อยากมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง บนโฮสติ้งของตัวเอง
WordPress.org คือตัวเลือกที่ดีที่สุด


พอจะรู้กันแล้วใช่มั้ยล่ะว่า WordPress ทำอะไรได้มากกว่าที่คิด