บางทีแค่เว็บที่มีหน้าตาสวยงามนั้นอาจไม่พอที่จะเรียกผู้อ่านให้มาเข้าชมเว็บไซต์ของเราได้ ถ้างั้นลองมาเพิ่มลูกเล่นให้เว็บไซต์ของเราด้วยปลั๊กอินกัน

Plugin คืออะไร ?

ปลั๊กอิน (Plugin) คือ ชุดของซอฟต์แวร์ที่พัฒนาด้วยภาษา PHP ที่จะทำให้เว็บไซต์องเรามีความพิเศษเพิ่มขึ้น เป็นส่วนเสริมให้กับเว็บไซต์ของเรา โดยปลั๊กอินนั้นจะช่วยเพิ่มลูกเล่น หรือประสิทธิภาพให้กับเว็บไซต์ของเรา ยกตัวอย่างเช่น ทำให้เว็บไซต์ของเราโหลดเร็วขึ้นด้วยการสร้าง Cache, เพิ่มระบบตระกร้าสินค้า, กระดานสนทนา, ปฎิทินกิจกรรม, ฟอร์มเมล, แกลเลอรี่แสดงรูป, ระบบสำรองข้อมูลอัตโนมัติ และอื่นๆ อีกมากมาย

ถ้าจะเปรียบเทียบให้เข้าใจง่ายขึ้น ให้เรามองว่า WordPress ของเราเป็นรถเก๋งธรรมดาๆ คันนึง ปลั๊กอินก็จะเหมือนกับ ชุดแต่ง วิทยุ ชุดเครื่องเสียง จอแอลอีดี และอื่นๆ ที่เปรียบเทียบแบบนี้เพราะอยากให้รู้ไว้เสมอเลยว่าถ้าใส่เยอะเกินไป แทนที่รถมันเร็ว มันจะช้า และอืดแทน เพราะมันต้องแบกส่วนเสริมมากมายไปพร้อมๆ กัน จากประสบการณ์ส่วนตัวอยากให้ท่องไว้ว่ายิ่งน้อยยิ่งดี อย่าให้เกิน 20 ตัว แต่ก็ต้องคอยระวังด้วยว่าปลั๊กอินบางตัวพัฒนามาไม่ดีใส่แล้วช้าไปเลยก็มี เหมือนกับเอารถซิ่งไปติดคันไถอะไรประมาณนั้น


แบบฟรีหรือแบบเสียเงินดี ?

ตามที่เกริ่นไว้ข้างต้นว่าปลั๊กอินคือชุดของซอฟต์แวร์ แน่นอนว่าซอฟต์แวร์ก็ต้องมีคนเขียน คนพัฒนา คนดูแล ซึ่งปลั๊กอินบางตัวคนพัฒนาก็ใจดีแจกให้ใช้กันฟรีๆ หรือบางตัวปลั๊กอินทำงานซับซ้อน พัฒนายาก ความสามารถสูง ผู้พัฒนาก็มีการคิดค่าพัฒนากันบ้าง ตรงนี้ขอแบ่งเป็น 3 ประเภท คือ

  1. Free Plugin – ฟรีจ๊ะ ติดตั้งฟรี ใช้ฟรี
  2. Freemium Plugin – ฟรีเมี่ยม หรืออีกชื่อคือฟรีแต่กั๊ก คือติดตั้งฟรี ใช้ฟรี แต่มีออฟชั่นความสามารถบางอย่างปิดไว้ ซึ่งเราต้องเสียเงินซะก่อนถึงจะเปิดให้
  3. Premium Plugin – พรีเมี่ยม เสียเงินซื้อ ส่วนใหญ่จะเป็น Plugin ที่ดีความสามารถสูง

Plugin ดีๆ เลือกได้ยังไง ?

เนื่องจากจำนวนปลั๊กอินใน WordPress Directory มีอยู่มากมาย ซึ่ง ณ วันที่เขียนบทความนี้ก็ปาไปแล้วกว่าห้าหมื่นตัว แล้วเราจะรู้ได้ยังไงล่ะว่าตัวไหนมันดี เริ่มจากให้ติดตั้ง Plugin พื้นฐานที่ควรมีก่อน ถัดมาก็ให้ดูว่าเว็บของเราดีรึยัง ต้องการอะไรเพิ่มอีกมั้ย เช่นต้องการระบบกระดานสนทนามั้ย ต้องการแกลเลอรี่รูปภาพรึเปล่า ใส่ระบบตะกร้าสินค้าด้วยมั้ย จากนั้นเราค่อยมาหาปลั๊กอินพวกนี้จาก WordPress Plugin Directory หรือ MaketPlace กัน

>> วิธีดูว่า Plugin ตัวไหนดีและควรใช้จาก WordPress Plugin Directory
>> วิธีดูว่า Premium Plugin ตัวไหนดีและควรใช้จาก Codecanyon


มาติดตั้ง Plugin กันเถอะ

การติดตั้งปลั๊กอินนั้นสามารถติดตั้งได้ 2 ทาง คือ การติดตั้งปลั๊กอินจาก Plugin Directory และการติดตั้งปลั๊กอินด้วยการอัปโหลด

สำหรับท่านไหนที่ยังไม่รู้ว่าจะใช้ปลั๊กอินตัวไหนดี ลองอ่านบทความนี้ดูก่อนนะ
>> Plugin มาตรฐานที่ควรมีสำหรับ WordPress

การติดตั้ง Plugin แบบง่ายสุดจาก Plugin Directory

การติดตั้งปลั๊กอินจาก Plugin Directory จะเป็นการติดตั้งปลั๊กอินแบบฟรี หรือแบบ Freemium (ใช้งานได้ฟรี แต่มีออฟชั่นเด็ดๆ ให้ซื้อเพิ่ม) ส่วนใหญ่แล้วก็จะสามารถเลือกติดตั้งได้จากจุดนี้ทั้งหมด ยกเว้นปลั๊กอินบางชนิดที่เป็น Premium Plugin ความสามารถสูง เป็นปลั้๊กอินที่จำหน่ายนอก Plugin Directory หากต้องการติดตั้งจำเป็นต้องใช้วิธีอัปโหลดไฟล์เข้าไปเพื่อติดตั้งแทน

เริ่มจากเข้าสู่ระบบ WordPress ก่อนเลย

เลื่อนเมาส์ไปที่ “ปลั๊กอิน (Plugins)” แล้วเลือก “เพิ่มปลั๊กอินใหม่ (Add New)”

จะพบกับปลั๊กอินมากมายให้เราเลือกใช้ โดยเราสามารถค้นหาปลั๊กอินได้โดยพิมพ์ชื่อปลั๊กอิน ชื่อผู้พัฒนา หรือจะหาจากความนิยมก็ได้เช่นกัน

เมื่อเจอปลั๊กอินที่สนใจ เราสามารถดูรายละเอียดของปลั๊กอินได้ที่ “รายละเอียดเพิ่มเติม (More Details)” โดยจะมีคำอธิบาย ความเห็นของผู้ใช้ ฯลฯ

ถ้าถูกใจใช่เลยก็กด “ติดตั้ง (Install)” เลย

หลังจากติดตั้งปลั๊กอินเสร็จแล้วปลั๊กอินนั้นจะยังไม่ทำงานหากเราไม่เปิดใช้งานปลั๊กอินซะก่อน ให้เราคลิกที่ “เปิดใช้งาน (Activate)” เลย


การติดตั้ง Plugin ด้วยการอัปโหลด Plugin ลงบน WordPress

หาดาวน์โหลดไฟล์ปลั๊กอินมาซัก 1 ปลั๊กอิน (ดาวน์โหลดปลั๊กอินฟรีของ WordPress)

ไปที่ “ปลั๊กอิน (Plugins)” แล้วเลือก “เพิ่มปลั๊กอินใหม่ (Add New)”

เลือก “อัปโหลดปลั๊กอิน (Upload Plugin)” จากนั้นกด “เลือกไฟล์ (Choose file)”

เลือกปลั๊กอินที่ดาวน์โหลดไว้ (ใช้ไฟล์นามสกุล .zip)

เมื่อเลือกไฟล์ได้แล้วก็กด “ติดตั้งตอนนี้ (Install Now)” ได้เลย

เมื่อติดตั้งเสร็จปลั๊กอินเสร็จแล้ว ให้กดที่ “ใช้งานปลั๊กอิน (Activate Plugin)”

เปิดใช้งานปลั๊กอินเรียบร้อย


การติดตั้ง Plugin ด้วยการอัปโหลด Plugin ผ่านโปรแกรม FTP

ก่อนอื่นก็แตกไฟล์ ZIP ที่เราดาวน์โหลดมาซะก่อน ให้คลิกขวาที่ไฟล์ปลั๊กอินที่ดาวน์โหลดมา แล้วคลิกที่ “แยกที่นี่ (Extract Here)”

เปิดโปรแกรม FTP ขึ้นมา (ในบทความนี้เป็นโปรแกรม FileZilla) ทางฝั่งซ้าย ให้เปิดโฟลเดอร์ที่เราได้ดาวน์โหลดและแตกไฟล์ไว้ ส่วนฝั่งขวา ถ้าเว็บของเราใช้ Control Panel เป็น DirectAdmin ให้คลิกที่โฟลเดอร์ “public_html” ส่วน Plesk ให้คลิกที่โฟลเดอร์ “httpdocs”

ทางฝั่งขวา ให้คลิกที่โฟลเดอร์ “wp-content”

ทางฝั่งขวา ให้คลิกที่โฟลเดอร์ “plugins”

ที่ฝั่งซ้าย คลิกขวาที่โฟลเดอร์ที่ได้แตกไฟล์ไว้ แล้วกด “Upload” (หรือจะลากโฟลเดอร์จากฝั่งซ้ายไปฝั่งขวาก็ได้)

เสร็จแล้วก็ลองเข้าไปเช็คที่หลังบ้านของเราดูว่ามีปลั๊กอินเพิ่มเข้ามามั้ย ให้คลิกไปที่ “ปลั๊กอิน (Plugins)”

โอเค มีปลั๊กอินเพิ่มเข้ามาแล้ว ให้เราคลิกที่ “เปิดใช้งาน (Activate)” เพื่อให้ปลั๊กอินทำงาน

เรียบร้อย


ลบ Plugin ยังไง

สำหรับคนที่ต้องการจะลบปลั๊กอินที่ไม่ได้ใช้ออก สามารถทำได้ง่ายๆ ไม่กี่ขั้นตอน ไปดูกันดีกว่า

ไปที่ “ปลั๊กอิน (Plugins)” หรือ “ปลั๊กอินที่ติดตั้งแล้ว (Installed Plugins)” ก็ได้ จะพบกับรายชื่อปลั๊กอินที่เราได้ติดตั้งหรือเปิดใช้งานอยู่

ก่อนที่เราจะลบปลั๊กอินได้นั้น เราต้องปิดการใช้งานของปลั๊กอินตัวนั้นซะก่อน (ถ้าไม่ได้เปิดใช้งานปลั๊กอินไว้ก็ข้ามข้อนี้ไปได้เลย) ให้กดไปที่ “ปิดการใช้งาน (Deactivate)”

ปิดการใช้งานปลั๊กอินเรียบร้อย

ต่อไปให้คลิกไปที่ “ลบ (Delete)”

WordPress ก็จะถามเราว่าต้องการลบปลั๊กอินนี้ใช่มั้ย เราก็คลิก “ตกลง (OK)” ไป

จบขั้นตอนการลบปลั๊กอินแล้ว