WordPress มีเวอร์ชันใหม่แล้ว! อยากจะอัปเดต WordPress ต้องทำยังไง? อัปเดตแล้วเว็บไซต์จะมีปัญหามั้ย? ในบทความนี้เราจะมาช่วยสอนการอัปเดต WordPress กันอย่างถูกวิธีและปลอดภัยกัน

ทำไมถึงต้องอัปเดต WordPress ?

จากการวิจัยด้านความปลอดภัยของ WordPress นั้นได้แสดงให้เห็นว่า เว็บไซต์ส่วนใหญ่ที่ถูกแฮ็คนั้น มีสาเหตุมาจาก WordPress Core ปลั๊กอิน หรือธีมที่ล้าสมัย WordPress จึงได้มีการปรับปรุงอยู่เสมอโดยนักพัฒนาจากทั่วโลก ซึ่งนักพัฒนาเหล่านี้ ได้ค้นหาและแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆ เพิ่มคุณสมบัติใหม่ๆ เข้ามา และคอยค้นหาช่องโหว่ความปลอดภัยอยู่เสมอ โดยการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะถูกปล่อยออกมาในเวอร์ชันถัดไป

เราต้องคอยอัปเดต WordPress อยู่เสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าเว็บไซต์ของเรามีการรักษาความปลอดภัยเป็นปัจุบัน ความเร็ว และประสิทธิภาพที่ดีที่สุด


เตรียมพร้อมก่อนอัปเดต

สิ่งสำคัญที่สุดก่อนที่เราจะอัปเดต WordPress นั้นก็คือการสำรองข้อมูล แม้ว่าเราจะมีปลั๊กอินสำรองข้อมูลให้อัตโนมัติ เราก็ควรจะสำรองข้อมูลไว้หลายๆ ที่เผื่อไว้ด้วย

การสำรองข้อมูล WordPress ควรประกอบไปด้วย

  • ฐานข้อมูล WordPress ของเรา
  • รูปภาพ และไฟล์อื่นๆที่เราได้อัปโหลดไว้
  • ปลั๊กอินที่ได้ติดตั้ง และธีมที่ใช้
  • ไฟล์ WordPress

มาเริ่มอัปเดตกันเลย

ในการอัปเดต WordPress นั้นสามาถทำได้อยู่ 2 วิธี คือ การอัปเดต WordPress ด้วยตัว WordPress เอง และการอัปเดต WordPress ด้วย Control Panel


การอัปเดต WordPress แบบง๊ายยย…ง่าย

วิธีนี้แนะนำสำหรับผู้ใช้งานทุกท่าน เพราะคลิกแค่ทีสองทีก็อัปเดตได้แล้ว

เข้าสู่ระบบ WordPress กันก่อน

คลิกไปที่ “อัปเดต (Updates)”

จะมีการแจ้งว่ามีเวอร์ชันใหม่ของ WordPress เข้ามาแล้ว จากนั้นก็แค่คลิก “อัปเดตตอนนี้ (Update Now)” เพื่อเริ่มอัปเดต จากนั้นระบบจะนำ WordPress เวอร์ชันล่าสุดมาติดตั้งให้เรา

ระหว่างนี้ระบบจะแสดงกระบวนการอัปเดตไว้บนหน้าจอ ซึ่งในขณะที่กำลังอัปเดตเราจะไม่สามารถติดตั้งหรืออัปเดตธีมและปลั๊กอินได้ (ระหว่างนี้ WordPress จะตั้งให้เว็บไซต์ของเราอยู่ระหว่างปรับปรุงไว้)

หลังจากอัปเดต WordPress เสร็จแล้ว ระบบจะแสดงหน้ารายละเอียดเกี่ยวกับเวอร์ชันใหม่ที่เราได้อัปเดตไปว่ามีอะไรเพิ่มขึ้นมา หรือมีการปรับปรุงอะไรบ้าง

การอัปเดต WordPress ด้วยโปรแกรม FTP

วิธีนี้จะเป็นการอัปโหลดไฟล์ WordPress ด้วยตัวเอง ซึ่งวิธีนี้จะทำให้เรามั่นใจได้ว่า ไฟล์ WordPress ทั้งหมดบนเว็บไซต์ของเราได้ถูกแทนที่ด้วยเวอร์ชันที่ใหม่กว่าแล้ว สามารถใช้แทนวิธีแรกได้เมื่อเกิดปัญหาบางอย่าง โดยเราจะใช้โปรแกรม FTP (ในบทความนี้คือ FileZilla) เพื่ออัปโหลดไฟล์ขึ้นไปยังเซิร์ฟเวอร์

ดาวน์โหลดไฟล์ WordPress เวอร์ชันล่าสุด

คลิกขวาที่ไฟล์ WordPress ที่เราได้ดาวน์โหลดมา จากนั้นคลิก “แยกที่นี่ (Extract Here)”

จะได้โฟลเดอร์ wordpress มา ซึ่งจะมีไฟล์เวิร์ดเพรสที่เราต้องอัปเดตทั้งหมด

เปิดโปรแกรม FileZilla ขึ้นมา ให้เราคลิกไปยังโฟลเดอร์ที่เป็นชื่อโดเมนของเราทางฝั่งขวา

  1. ต่อไปคลิกที่โฟลเดอร์ “wordpress” ทางฝั่งซ้าย
  1. เลือกไฟล์ทั้งหมดที่อยู่ในโฟลเดอร์ (ลากครอบหรือไม่ก็กดปุ่ม Ctrl + A ก็ได้) คลิ๊กขวาแล้วคลิกที่ “Upload” (หรือจะลากไฟล์ที่เลือกไปทางฝั่งขวาแล้วปล่อยเลยก็ได้)
  1. ระหว่างนี้ก็รอโปรแกรมอัพโหลดไฟล์ให้กันไป ถ้ามีแจ้งเตือนว่ามีไฟล์ไหนแล้วขึ้นมา ก็เลือกตามภาพได้เลย
  1. เมื่ออัปโหลดไฟล์เส็ร็จเรียบร้อย ให้เข้าไปเช็คที่หลังบ้านของเว็บไซต์เราว่าเวิร์ดเพรสเราเป็นเวอร์ชันล่าสุดหรือยัง ซึ่งการอัปเดตบางครั้งอาจจะต้องมีการอัปเดตฐานข้อมูลของเราด้วย ถ้าเจอก็ให้คลิกที่ “Update WordPress Database” เลย จากนั้นก็รอ…
  1. เมื่ออัปเดตเสร็จเรียบร้อยก็คลิกที่ “Continue” ต่อได้เลย
  1. กลับมาที่หลังบ้านของเราแล้ว จะเห็นว่าไม่มีการแจ้งตรงส่วน “อัปเดต (Updates)” แล้ว

การอัปเดต WordPress ด้วย Control Panel

วิธีนี้จะคล้ายกับการอัปโหลดไฟล์เวิร์ดเพรสด้วย โปรแกรม FTP แค่เปลี่ยนมาอัปโหลดด้วย Control Panel ที่เราได้ซื้อบริการกับทางโฮสติ้งไว้ โดยบทความนี้จะสอนการอัปเดตเวิร์ดเพรสด้วย Plesk กับ DirectAdmin

  1. ดาวน์โหลดเวอร์ชันล่าสุดของเวิร์ดเพรสที่หน้าดาวน์โหลดเวิร์ดเพรส จากนั้นก็คลิกดาวน์โหลดเลย จะได้ไฟล์เวอร์ชันล่าสุดของเวิร์ดเพรส (นามสกุล .zip)
  1. หลังจากได้ไฟล์เวอร์ชันล่าสุดของเวิร์ดเพรสมาแล้ว ให้คลิกขวาที่ไฟล์เวิร์ดเพรส จากนั้นเลือก “แยกที่นี่ (Extract Here)” จะได้โฟลเดอร์เวิร์ดเพรส ซึ่งจะมีไฟล์เวิร์ดเพรสที่เราต้องอัปเดตทั้งหมด
  1. เปิดโฟลเดอร์เวิร์ดเพรสที่เราเพิ่งได้แยกออกมา ให้ครอบไฟล์ทั้งหมด (หรือกด Ctrl + A ก็ได้) จากนั้นคลิกขวาแล้วเลือกที่ “เพิ่มไปที่… (Add to archive…)”
  1. ที่ “Archive format” ให้เลือกเป็น “ZIP” จากนั้นคลิกที่ “OK” เลย

การอัปเดต WordPress ด้วย Plesk

  1. เข้าสู่ระบบ Control Panel ของ Plesk
  1. คลิกไปที่ “File Manager”
  1. คลิกที่ “Upload”
  1. เลือกไฟล์เวิร์ดเพรสเวอร์ชันล่าสุดที่เราได้โหลดไว้ จากนั้นคลิกไปที่ “Open”
  1. ระหว่างนี้ก็รอระบบอัปโหลดไฟล์ขึ้นไปยังเซิร์ฟเวอร์ (รอเดี๋ยวเดียว)
  1. เมื่ออัปโหลดเสร็จแล้วก็คลิก “Close” ไปได้เลยจ้า
  1. หาไฟล์ที่เราได้อัปโหลดขึ้นไป ให้ติ๊ก “✔” หน้าไฟล์ แล้วไปคลิกที่ “Extract Files” ด้านบน
  1. ติ๊ก “✔” ที่ “Replace existing files” แล้วคลิกไปที่ “OK” เลย
  1. เท่านี้เวิร์ดเพรสก็ได้อัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุดแล้วจ้า (ลองเช็คที่หลังบ้านของเว็บไซต์เราได้)

การอัปเดต WordPress ด้วย DirectAdmin

  1. เข้าสู่ระบบ Control Panel ของ DirectAdmin
  1. เมื่อเข้ามาแล้วให้คลิกไปที่ “File Manager” เลย
  1. มองหาโฟลเดอร์ “domains” ถ้าเจอแล้วก็คลิกเข้าไปเลย
  1. จะเจอกับโฟล์เดอร์ที่มีชื่อโดเมนของเรา คลิกไปเลย
  1. เลื่อนไปล่างสุดเลย จากนั้นให้คลิกที่ “Upload files to current directory”
  1. คลิกไปที่ “Choose File”
  1. เลือกไฟล์เวิร์ดเพรสเวอร์ชันล่าสุดที่เราได้ดาวน์โหลดไว้ จากนั้นคลิกไปที่ “Open”
  1. คลิก “Upload Files” เลย
  1. เมื่ออัปโหลดเสร็จแล้ว ให้คลิกไปที่ “Back” (จะอยู่มุมซ้ายล่าง)
  1. คลิกที่ “/domains/ชื่อโดเมน/public_html”
  1. หาไฟล์ที่เวิร์ดเพรสที่เราได้อัปโหลดขึ้นไป จากนั้นคลิกที่ “Extract”
  1. จะแสดงรายระเอียดการแตกไฟล์ที่เลือกไว้ ให้คลิกที่ “Extract”
  1. เท่านี้เวิร์ดเพรสก็ได้อัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุดแล้วจ้า (ลองเช็คที่หลังบ้านของเว็บไซต์เราได้)

อัปเดตเสร็จแล้วก็อย่าลืม

อัปเดตเสร็จแล้วใช่ว่าจะจบนะ เราต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าเว็บไซต์เรานั้นยังทำงานได้ปกติดีอยู่มั้ย แค่ลองเปิดเว็บไซต์ของเราในเบาว์เซอร์ใหม่ ตรวจสอบการตั้งค่าต่างๆ ของเวิร์ดเพรส หากพบปัญหา ให้ดูในรายการข้อผิดพลาดของเวิร์ดเพรส ถ้าปัญหาที่เจอไม่มีอยู่ในรายการเหล่านั้น ให้ทำตามคู่มือการแก้ไขปัญหาเวิร์ดเพรสเพื่อหาทางแก้ไขปัญหา


ก็จบกันไปแล้วกับ “อัปเดต WordPress ยังไงให้ถูกวิธี” หวังว่าบทความนี้จะช่วยเหลือผู้อ่านได้ไม่มากก็น้อย ใครมีความเห็นหรือมีคำแนะนำอะไรเชิญได้ที่ Comment ด้านล่างเลยจ้า